วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

เปลือกหอยฝาเดียว

                                                                              ศรารัตน์ ทานะมัย และพงษ์รัตน์ ดำรงโรจน์วัฒนา


ลักษณะทั่วไปของเปลือกหอย

               เปลือกหอยเป็นสารประกอบพวกหินปูน หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate : CaCO3) มีการจัดเรียงตัวกันเป็นชั้น 3 ชั้น โดยชั้นนอกสุด เรียกว่าเพอริออสตราคัม (periostracum) เป็นชั้นที่มีทำให้เปลือกหอยสีสันและลวดลายต่าง ๆ ประกอบด้วยโปรตีนที่เรียกว่าคอนชิโอลิน (conchiolin) ชั้นต่อมาเป็นชั้นที่มีความหนามากกว่าชั้นอื่น ประกอบด้วยผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนต อัดตัวกันแน่น เรียกว่า ชั้นพริสเมติก (prismatic layer) และชั้นในสุดเป็นผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีลักษณะเป็นแผ่นแบนบางและมันวาวเรียงซ้อน ๆ กัน เรียกว่าชั้นมุก (nacreous layer) เพราะเป็นบริเวณที่มีการสร้างมุก

·       เปลือกหอยฝาเดียว
               เปลือกของหอยฝาเดียว มีลักษณะเป็นแผ่นหินปูนเชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว โดยบิดเป็นเกลียวรอบแกนกลาง (columella) รอบหนึ่งของเกลียว เรียกวง (whorl) ปลายสุดของเปลือกเรียก จุดยอด (apex) อันเป็นจุดที่หอยเริ่มสร้างเปลือก วงเปลือกที่เกิดขึ้นตั้งแต่หอยยังอยู่ในระยะวัยอ่อน เรียกว่า วงเปลือกแรก (protoconch) วงเปลือกต่อ ๆ ไปจะเชื่อมต่อกับวงเปลือกที่เกิดก่อนมองเห็นเป็นแนวรอยต่อระหว่างวงเปลือก เรียกร่องวงเปลือก (suture) เมื่อหอยเจริญเติบโตชึ้น วงเปลือกแรกที่สร้างมีขนาดเล็กไม่พออยู่ ตัวหอยก็จะสร้างวงเปลือกใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามขนาดของตัว และเมื่อหอยเจริญเติบโตจนเต็มที่แล้วก็จะหยุดสร้างเปลือก เปลือกวงสุดท้ายจึงมีขนาดใหญ่ที่สุด เรียกว่า วงเปลือกสุดท้าย (last whorl หรือ body whorl) ตัวหอยยึดติดกับเปลือกด้วยกล้ามเนื้อยึดแกนเปลือก (columella muscle) ถ้านับจากจุดยอดของเปลือกวงแรกลงมาจนถึงวงก่อนวงเปลือกสุดท้าย เป็นส่วนที่เรียกว่า วงเปลือก (spire) บริเวณวงเปลือกสุดท้าย จะมีช่องเปิดของเปลือก (aperture) ไว้สำหรับให้หอยยืด-หด ส่วนหัวและเท้าเข้า-ออกเปลือก ช่องเปิดของหอยบางชนิดมีขอบเรียบ บางชนิดมีร่อง (notch) หรือท่อ (siphonal canal) หอยฝาเดียวส่วนมากมีฝาปิดเปลือก (operculum) ซึ่งมีทั้งที่เป็นสารประกอบหินปูนและสารเขาสัตว์ติดกับส่วนเท้าของหอย เมื่อหอยหดตัวเข้าในเปลือก ฝาปิดเปลือกก็จะปิดช่องเปิดของเปลือกสนิทเป็นการป้องกันตัวหอยจากศัตรูตามธรรมชาติ ในส่วนของผิวเปลือกหอยยังมีลวดลายต่าง ๆ และส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น หนาม สัน ฯลฯ ซึ่งลักษณะต่าง ๆ เหล่านี้ แสดงดังภาพ

 


การขดวนของหอยฝาเดียวมี 2 ลักษณะ คือ แบบเวียนขวา (right-coiled: dextral) และแบบเวียนซ้าย (left-coiled : sinistral) วิธีการสังเกตสามารถทำได้โดยนำเปลือกหอยฝาเดียวยกตั้งขึ้นให้ยอดชี้ขึ้นข้างบนและหันช่องเปิดเข้าหาตัว ถ้าช่องเปิดอยู่ด้านขวาก็จะเป็นหอยเวียนขวา ถ้าอยู่ด้านซ้ายก็จะเป็นหอยเวียนซ้าย โดยทั่วไป 99.99 % ของประชากรหอยในท้องทะเลจะเป็นหอยเวียนขวา ยากมากที่จะพบหอยเวียนซ้าย ยกเว้นในบางชนิดที่พบการขดวนแบบเวียนซ้ายทั้งกลุ่มประชากร เช่น หอยเวียนกลับ (Busycon spp.) วิธีการพิจารณาว่าหอยมีขดวนแบบใดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นไปแบบทางวิชาการ แต่ถ้าไปคุยเรื่องนี้กับพราหมณ์ ท่านก็จะบอกว่าที่เราเรียกว่าหอยเวียนขวานั้น เป็นสังข์อุตราวัฏ (อุตราหรืออุดร แปลว่า ทิศเหนือ) และหอยเวียนซ้ายที่ว่าหายากนั้น พราหมณ์ท่านจะบอกว่าเป็นสังข์ทักษิณาวรรต (ทักษิณ แปลว่าทิศใต้) เหตุที่เรียกแตกต่างกันไปจากทางวิชาการนั้น เนื่องมาจากมุมของการมองช่องเปิดที่ต่างกัน ทางพราหมณ์นั้นมองที่เวลาใช้งาน กล่าวคือ เวลาเรานำสังข์มาใช้รดน้ำในงานมงคลต่าง ๆ นั้น เราจะหันเอาด้านยอดเข้าหาตัวแล้วกันเอาด้านท่อน้ำออกนอกตัว ซึ่งถ้าเป็นดังนี้ช่องเปิดปากของหอยเวียนขวาก็จะอยู่ทางซ้ายมือเรา หอยเวียนขวาทางวิชาการจึงกลายเป็นสังข์อุตราวัฏ (หอยเวียนซ้าย) ในทางพราหมณ์แทน และในทางกลับกันหอยเวียนซ้ายในทางวิชาการก็จะกลายเป็นสังข์ทักษิณาวรรต (หอยเวียนขวา) ดังนั้นอย่าได้สับสนเรื่องหอยเวียนขวาและหอยเวียนซ้ายในทางวิชาการและทางพราหมณ์



เนื่องจากหอยฝาเดียวเป็นกลุ่มที่มีความหลากชนิดมากที่สุดในบรรดามอลลัสก์ด้วยกัน ทำให้รูปทรงของเปลือกมีความหลายหลากตามไปด้วย นักสังขวิทยาได้จัดแบ่งรูปทรงของเปลือกหอยทะเลออกเป็น

-             Biconical                                  เปลือกมีลักษณะเป็นรูปกรวย 2 อันประกบกันด้านหัวและด้านท้ายเรียวแหลม
                                                                 ตรงกลางป่อง
-             Bulloid                                      เปลือกมีลักษณะค่อนข้างกลม ไม่เห็นส่วนยอด
-             Conical                                     เปลือกมีลักษณะเป็นรูปกรวยคว่ำ
-             Convolute                        เปลือกมีลักษณะม้วนเป็นวง โดยวงที่เกิดภายหลังม้วนคลุมวงที่เกิดก่อนเอาไว้
-             Ear shape                                 เปลือกมีลักษณะแบนรีคล้ายใบหู
-             Fusiform                                    เปลือกมีลักษณะเป็นรูปกระสวยทอผ้า
-             Globose                                    เปลือกมีลักษณะกลมหรือค่อนข้างกลม
-             Helmet shape                           เปลือกมีลักษณะคล้ายหมวกเหล็กของทหารโรมัน
-             Lenticulate                                 เปลือกค่อนข้างเตี้ยแบน
-             Obconical                                  เปลือกมีลักษณะเป็นรูปกรวยตั้ง
-             Oval                                             เปลือกมีลักษณะเป็นรูปไข่
-             Patelliform                                  เปลือกมีลักษณะคล้ายหมวกงอบหรือฝาชี
-             Pyriform หรือ Club shape      เปลือกมีลักษณะเป็นรูปกระบวยตักน้ำ
-             Tower shape หรือ Screw Shape   เปลือกเรียวยาว รูปร่างคล้ายเจดีย์หรือหอคอย
-             Turbinate                                    เปลือกมีลักษณะรูปทรงค่อนข้างเตี้ย วงเปลือกสุดท้ายมีขนาดใหญ่
-             Vermiform                                 เปลือกมีลักษณะเป็นท่อขดไปมาคล้ายตัวหนอนรูปร่างไม่แน่นอน
  






1 ความคิดเห็น:

  1. ขอสอบถามว่า เปลือกหอยชนิดฝาเดียว ที่มีชิ้นปูนไม่ได้เป็นลักษณะชิ้นเดียวต่อกัน แต่เป็นลักษณะ 3 ชิ้นต่อกันในตัวเดียวกันนั้นอย่างเห็นได้ชัดเจน จะสามารถพบเห็นและเป็นไำปได้ตามธรรมชาติได้มากน้อยหรือไม่ เพียงใดครับ ขอบคุณมากครับ (ศักดิ์ โทร. 086-4083783)

    ตอบลบ